วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560

สนทนาประสาจิตจักรวาล 15


#สนทนาประสาจิตจักรวาล

พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เรายังมีประเด็นที่ชาวพุทธหลายคน
เชื่อกันอยู่เป็นข้อที่ 3 ว่า

ถ้าใครยังใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับผู้คนในสังคม
แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปฏิบัติธรรม
จนเข้าถึงนิพพานได้

ต้องหาโอกาสไปปลีกวิเวก
ถือศีล ปฏิบัติธรรม
โดยใช้วิธีปฏิบัติแบบนักบวชเท่านั้น
จึงจะมีโอกาสนิพพานได้

เราจึงขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ความเชื่อในข้อนี้ก็เป็นสิ่งไม่ถูกต้องเช่นกัน
การใช้ชีวิตอยู่ในสังคมต่างหากล่ะ
ที่มันจะช่วยให้ท่านทั้งหลาย
นิพพานได้ง่ายกว่าที่คิด
โดยเรามีเหตุผลให้ท่านคิดตามดังนี้

ตัวอย่างเช่น ท่านต้องรู้ว่า
#จิตที่นิพพานได้ หนึ่งในคุณสมบัติก็คือ
ท่านต้องว่างไปจากอารมณ์หยาบๆรายวัน
เช่น โกรธ โลภ หลง ได้อย่างสิ้นเชิง

ถ้าท่านจะว่างไปจากสิ่งเหล่านี้ได้
จักต้องมีบททดสอบหรือแบบฝึกหัดให้ทำ
ถ้าเป็นนักเรียนก็ต้องมีครูออกข้อสอบให้
เพราะนักเรียนออกข้อสอบเองทำเองไม่ได้

ดังนั้น
คนรอบข้างตัวท่านในสังคมนี่แหละ
พวกเขามีนิสัยใจคอและสันดานต่างๆกัน
พวกเขามีความต้องการในการดำเนินชีวิต
และมีความสามารถในการคิดที่แตกต่างกัน
พวกเขานี่แหละจึงมีความเหมาะสม
ต่อการยื่นข้อสอบชั้นเยี่ยมให้ท่าน
ด้วยการสร้างเรื่องสร้างปัญหาให้ท่าน
ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ได้ทุกเมื่อเชื่อวัน

โดยพวกเขาจะสร้างเงื่อนไขยั่วยุแบบต่างๆ
เพื่อให้ท่านเกิดความโกรธอยู่เนื่องๆ
จนกว่าท่านเรียนรู้ที่จะไม่โกรธได้
ด้วยความฉลาดทางจิตตปัญญาของท่าน
จากการมีมหาสติและปณิธานแห่งนิพพาน

โดยพวกเขาจะสร้างเงื่อนไขยั่วยุแบบต่างๆ
เพื่อให้ท่านเกิดความโลภอยู่เนืองๆ
จนกว่าท่านเรียนรู้ที่จะไม่โลภได้
ด้วยความฉลาดทางจิตตปัญญาของท่าน
จากการมีมหาสติและปณิธานแห่งนิพพาน

โดยพวกเขาจะสร้างเงื่อนไขยั่วยุแบบต่างๆ
เพื่อให้ท่านเกิดความลุ่มหลงอยู่เนืองๆ
จนกว่าท่านเรียนรู้ที่จะไม่ลุ่มหลงมายาได้
ด้วยความฉลาดทางจิตตปัญญาของท่าน
จากการมีมหาสติและปณิธานแห่งนิพพาน

โดยพวกเขาจะสร้างเงื่อนไขยั่วยุแบบต่างๆ
เพื่อให้ท่านเกิดความงมงายอยู่เนืองๆ
จนกว่าท่านเรียนรู้ที่จะไม่งมงายได้
ด้วยความฉลาดทางจิตตปัญญาของท่าน
จากการมีมหาสติและปณิธานแห่งนิพพาน

ดังนั้น
เงื่อนไขบททดสอบจากคนรอบข้าง
ที่มีเรื่องราวเหตุการณ์สถานการณ์แปลกๆ
ที่พวกเขาผลัดเปลี่ยนกันยื่นมาให้ท่านนั้น
มันดีกว่าการนั่งหลับตาเพื่อตามดูจิตตนเอง
ซึ่งมันเลื่อนไหลของมันไปเรื่อยๆ

การจะสร้างเงื่อนไขให้ตนเองโกรธโลภหลง
แล้วเรียนรู้ที่จะวางมันลงด้วยตนเองนั้น
ท่านว่ามันง่ายนักหรือ
เมื่อจิตท่านมันรู้อยู่ว่าที่โกรธโลภหลงอยู่นั้น
ท่านสมมติมันขึ้นมาเอง...ไม่ใช่เรื่องจริง

ด้วยเหตุนี้เอง
การฝึกฝนขณะที่ตนเองอยู่ในสังคม
โดยมีตนเองเป็นครูคนแรกและคนสุดท้าย
แล้วปล่อยให้เพื่อนมนุษย์รอบข้างเป็นครู
เป็นผู้ช่วยสร้างบททดสอบจิตสำนึกให้
มันจึงง่ายกว่ากันเยอะเลย
แถมยังมีประสิทธิผลยิ่งกว่ากันอีกด้วย

เพราะพวกเขารอบๆตัวท่าน
จะช่วยกันยื่นเงื่อนไขบททดสอบมาให้
อย่างจริงจังและขยันขันแข็งซ้ำแล้วซ้ำอีก
เพื่อช่วยให้ท่านที่สอบตกสติแตกอยู่
ได้ปรับปรุงตนเองสู่การแก้ไขใหม่เรื่อยๆ
ช่วยให้ท่านยกระดับจิตตปัญญาให้สูงขึ้น
จนว่างจากความโกรธโลภหลงได้ในที่สุด

ถามจริงๆเถอะว่า
นั่งหลับตาปฏิบัติกรรมฐานสมาธินานๆที
โดยนั่งกันทีละนานไม่กี่ชั่วโมง
มันช่วยให้ท่านละวางโกรธโลภหลงได้หรือ

จิตสงบขณะนั่งหลับตาบำเพ็ญอยู่นั้น
มันเป็นแค่เพียงความสงบสั้นๆชั่วคราว
ซึ่งมิอาจขจัดขยะจิตพวกโกรธโลภหลงได้
แต่มันเพียงถูกกดทับเอาไว้ข้างใน
ให้อยู่ในความสงบชั่วคราวดังกล่าวแล้ว

เมื่อท่านออกจากป่ากลับบ้านคืนสังคม
พอเจอคนรอบข้างสร้างเงื่อนไขยั่วยุให้
ก็ยังปรี๊ดแตกจิตตกอยู่ดังเดิม
จึงต้องออกจากสังคมไปอยู่ป่านานวันขึ้นอีก
ทั้งๆที่การทิ้งครอบครัวทิ้งภารกิจทางโลก
มันกระทบจิตใจคนใกล้ตัวอย่างอักโข
ซึ่งผลการปฏิบัติก็วัดได้เลยว่า
มันยังไม่มีความคืบหน้าอยู่อย่างเดิม

เราจึงแนะให้ท่านทั้งหลาย
ใช้ดวงแก้วสองดวงในชีวิตประจำวัน
ท่ามกลางบุคคลแวดล้อมในสังคม
โดยไม่ต้องปลีกวิเวกเข้าดงพงป่า
ไม่ต้องมาทรมานเครื่องยนต์แห่งกรรม
โดยไม่ต้องละทิ้งครอบครัว

หนึ่งคือมหาสติซึ่งเป็นธรรมชาติสมาธิ
สองคือปณิธานแห่งนิพพาน
ท่านเพียงปฏิบัติที่จิตกันให้เคร่งครัดไว้
ขณะที่ใครต่อใครมายื่นบททดสอบให้
นานวันเข้าจิตของท่านจะเกิดทักษะ
ที่จะจัดการจิตฝ่ายต่ำของตนแบบเอาอยู่
ซึ่งมันมหัศจรรย์มากจริงๆ

การกระทำที่จิตตนเองเมื่อถูกยั่วยุนี่แหละ
ที่มันจะช่วยยกระดับสภาวะจิตของท่าน
ให้เข้าถึงนิพพานได้อย่างเป็นรูปธรรม

การที่พวกท่านอยู่ในสังคมแล้วคิดว่า
สังคมที่วุ่นวายมากคนมากความ
ทำให้นิพพานยากกว่าไปเข้าป่ากับพระนั้น
มันเป็นเพราะเหตุว่า

เข้าวัดเข้าป่าไม่มีใครคอยตามหาเรื่อง
แต่อยู่บ้านอยู่ในสังคมกับคนหมู่มาก
จิตท่านมันหาความสงบสุขไม่ได้
เพราะว่ามีใครต่อใครคอยยั่วยุท่าน
ทำให้ท่านชอบปลีกวิเวกมากกว่า

เราจึงขอชี้ให้ท่านเห็นว่า
สาเหตุแห่งความวุ่นวาย
ซึ่งทำให้ทุกข์ใจของท่านไม่จางหายนั้น
เพราะท่านจะจัดการทุกคนที่ยื่นข้อสอบให้
ด้วยจิตใจที่เสียสมดุลกล่าวคือ

ถ้าใครทำให้โกรธ
ท่านจะจัดการคนที่ทำให้โกรธ
แทนที่จะจัดการความโกรธในใจตนเอง

ถ้าใครหรือสิ่งใดทำให้โลภ
ท่านก็จะมุ่งจัดการที่คนที่ของที่ทำให้โลภ
แทนที่จะจัดการความโลภที่ในใจตนเอง

ถ้าใครหรือสิ่งใดทำให้ลุ่มหลง
ท่านก็จะมุ่งจัดการที่คนที่ของที่ทำให้ลุ่มหลง
แทนที่จะจัดการความลุ่มหลงที่ในใจตนเอง

สรุปง่ายได้ความว่า
ขณะอยู่ในสังคมท่านไม่นิยมทำที่จิตใจ
แต่พอไปเข้าป่าจึงค่อยเพียรพยายาม
นั่งตามดูนิสัยทางจิตของตนเอง
ซึ่งมันดูผิดที่ผิดเวลาไปหมด
การปฏิบัติบำเพ็ญจึงไม่บังเกิดผล
ที่ได้ผลคือ "ติดสุขสงบ" จากสมาธิ
กับการติดหลับในสมาธิกลับมาบ้านเท่านั้น

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
7-10-2017