วันพุธที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

จิตใต้สำนึก 3


meta physics: จิตใต้สำนึก
#อภิปรัชญา
*************
พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะมาทำความรู้จัก #จิตใต้สำนึก
ให้ลึกซึ้งถึงแก่นกันต่อไปอีก

ท่านทั้งหลายจักต้องรู้ว่า
"จิตใต้สำนึก" เป็นพลังงานกลุ่มหนึ่ง
ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมในมิติของแก่นแท้
เมื่อใดที่"จิตสำนึก"สั่นสะเทือน
เพื่อให้เกิดพฤติกรรมนั้นๆในมิติโลก

โดย #จิตสำนึก จะก่อให้เกิดผลกรรม
ในมิติโลกทางกายภาพเท่านั้น
ขณะที่ #จิตใต้สำนึก 
จะเป็นผู้ก่อให้เกิดผลกรรมนั้นๆ
ในมิติทางพลังงาน
ทางด้านของจิตวิญญาณ

ท่านทราบหรือยังว่า
#จิตวิญญาณ ของท่านทั้งหลายนั้น
มีลักษณะเป็นกล่องพลังงาน
ที่มีความสมดุลอยู่ในตนเอง

มีรูปทรงเรขาคณิตเป็น 6 เหลี่ยมมุม
ซึ่งเกิดจากสามเหลี่ยมด้านเท่าสองรูป
ซ้อนทับกันอยู่ภายในทรงกลมเดียวกัน
โดยจะหมุนรอบตัวเองอยู่ตลอดเวลา
เพื่อรักษาสมดุลในตนเองไว้
และภายในกล่องพลังงานที่ว่านี้
จะสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่ย่านต่างๆ
ลดเลี้ยวเกี่ยวพันกันอยู่ในนั้น

กล่องพลังงานจิตวิญญาณของมนุษย์
มีโครงสร้างหลักทางกายภาพ
ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วนคือ

1.นิวเคลียส
คือส่วนที่อยู่ตรงกลางของรูปธรรม
ซึ่งเป็นตัวตนที่แท้จริงของจิตวิญญาณ
เปรียบเสมือนเป็นดั่งไข่แดงของไข่ไก่
โดยพลังงานตรงส่วนข้างในสุดนี้
มีขนาดเล็กมากจนวัดค่าน้ำหนักไม่ได้

2.ส่วนที่สอง
เป็นรูปธรรมทางพลังงานอีกรูปธรรมหนึ่ง
ซึ่งพระบิดาทรงมอบหมายให้
เดินทางเข้ามาเกิดเป็นมนุษย์
ร่วมกับจิตวิญญาณของท่าน
ตั้งแต่ภพชาติแรกแล้ว
เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นทั้ง "พี่เลี้ยง"
และผู้พิทักษ์จิตวิญญาณผู้ใกล้ชิดที่สุด
พวกท่านพึงเรียกว่า #พลียะเดี้ยนส์

พลียะเดี้ยนส์เป็นรูปธรรมทางพลังงาน
ที่ติดตามจิตวิญญาณของท่าน
จากวิหารขาวตรงด่านนภาลัยมายังโลกนี้
โดยแบกขนบทละครที่จิตวิญญาณของท่าน
เป็นผู้เลือกเองวางแผนเองติดตัวมาด้วย
เพื่อใช้แสดงบนโลกนี้ขณะที่เกิดเป็นมนุษย์
ซึ่งท่านทั้งหลายเรียกกันว่า #ชะตาชีวิต

ถ้าเปรียบจิตวิญญาณเป็น "ไข่แดง"
พลียะเดี้ยนส์ก็ไม่ต่างจาก "ไข่ขาว" นี่แหละ

3.ส่วนที่สาม
คือส่วนเปลือกนอกสุดของจิตวิญญาณ
ส่วนนี้เป็นส่วนของพลังงานที่เข้มข้นสุดๆ
ที่มีการเหวี่ยงหมุนไปรอบๆรูปธรรม
อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
เพื่อสร้างสมดุลภายในระบบของตนเองไว้
พวกท่านพึงเรียกว่า #เมอร์คขะบาห์

ถ้าเปรียบจิตวิญญาณเป็น "ไข่แดง"
เปรียบพลียะเดี้ยนส์เป็นเช่น "ไข่ขาว"
เมอร์คขะบาห์ก็คือ "เปลือกไข" นั่นเอง

แต่เมอร์คขะบาห์ยังมีหน้าที่สำคัญ
ที่พวกท่านต้องรู้อยู่อีก 2 อย่าง คือ

1.ทำหน้าที่เป็นยานพาหนะของแก่นแท้
เพียงแค่จิตวิญญาณที่อยู่ข้างในสุด
มีความนึกคิดต้องการจะไปไหน
ในจักรวาลอันไพศาลนี้
เมอร์คขะบาห์ก็จะเหวี่ยงตนเอง
เพื่อนำพากล่องพลังงานทั้งรูปธรรม
ไปถึงที่นั่นทันทีดั่งขว้างจาน

#เมอร์คขะบาห์จะเคลื่อนที่ไปยังจุดหมาย
#ด้วยอัตราเร็วเท่ากับความเร็วแสง
#ที่เปลี่ยนค่าเป็นสองเท่าในทุกๆวินาที
หรือ เคลื่อนที่ด้วย "อัตราเร่ง" นั่นเอง

แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ท่านจักต้องรู้ไว้คือ
เมอร์คขะบาห์จะพาท่านไปไหนๆไม่ได้
ถ้าจิตวิญญาณของท่านมีปัญหาดังนี้

1.1 ตอนเป็นมนุษย์ก่อกรรมทำเวรไว้มาก
โดยเฉพาะสร้างวิบากกรรมเอาไว้แยะ
หนึ่งวิบากกรรมมีค่าเท่ากับหนึ่งประจุลบ
ถ้าวิบากกรรมมีมากประจุลบจะมากตาม

ประจุลบนี้พระบิดาทรงเรียกว่า
#รหัสบุรพกรรมแม่เหล็ก
ซึ่งจิตวิญญาณจะสั่งสมประจุลบเหล่านี้ไว้
ตรงพื้นที่ว่างภายในส่วนของเมอร์คขะบาห์
ถ้ามีสั่งสมไว้มากเท่าไหร่
มันจะยังผลให้เมอร์คขะบาห์มีที่ว่างลดลง

ถ้าเมอร์คขะบาห์มีที่ว่างเหลือน้อย
ก็จะมิอาจสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่สูงได้
เพราะจะเกิดความหนืดหรือความหน่วง
ทำให้พลังอำนาจของเมอร์คขะบาห์
ซึ่งเคยมีอยู่แต่เดิมถูกลดทอนลง
ด้วยปริมาณของบุรพกรรมแม่เหล็กมากๆ

กล่าวคือยิ่งกรรมมากเมอร์คขะบาห์ยิ่งหนืด
ถ้ายิ่งหนืดมากก็จะยิ่งเสมือนไร้เรี่ยวแรง

ความจริงที่เรากล่าวนี้
มิได้สร้างปัญหาให้กับจิตวิญญาณเท่านั้น
แม้ตอนที่ยังมีชีวิตเป็นมนุษย์อยู่
ถ้าใครก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้มาก
พลังอำนาจทางจิตวิญญาณ
ที่ควรจะได้จากเมอร์คขะบาห์
ก็จะถูกลดทอนลง
ใครคนนั้นจักต้องประสบกับมรสุมชีวิตแน่ๆ
ซึ่งเราจะเจาะลึกเพื่อกล่าวให้รู้ในคราวต่อๆไป

1.2 รหัสบุรพกรรมแม่เหล็กหรือวิบากกรรมนี้
แต่ละอนุภาคประจุลบยังมีน้ำหนักมวลอีกด้วย
ถ้าใครสร้างกรรมด้านลบเอาไว้มากๆ
ก็ไม่ต่างจากการเพิ่มน้ำหนักมวลให้ตัวเอง

ท่านจะต้องรู้ว่า
จิตวิญญาณของท่านทั้งระบบ
ตอนเข้ามาเกิดเป็นมนุษย์ในภพชาติแรก
ถ้ามีน้ำหนักมวล 50 มิลลิกรัม
ก็จักต้องทำน้ำหนักตัวให้ลดลง
เท่ากับเมื่อแรกเข้าคือ 50 มิลลิกรัมด้วย
มิเช่นนั้นจะ "หลุดพ้น" ออกไป
จากเอกภพนี้ไม่ได้
หรือ นิพพานไม่ได้ นั่นแหละนะ

เพราะเหตุนี้ไง
ใครก่อกรรมทำเวรไว้มาก
ตายแล้วจึงต้องกลับมาเกิดใหม่
เพราะจิตวิญญาณดีดตนเองออกไปไม่ได้
ต้องกลับมาชำระกรรมของตนให้หมดสิ้นก่อน
จึงจะหลุดพ้นหรือนิพพานได้ในชาตินี้

แต่เป็นพระเมตตาของพระบิดาจริงๆ
เมื่อถึงกาลสิ้นยุคพลังงานเก่านี้
พระบิดาทรงปรารถนาจะให้บุตรทุกคน
สามารถที่จะกลับแดนสุญญตาได้
จึงทรงให้เรามากล่าวต่อท่านทั้งหลายว่า
เพียงแค่ท่านชำระกรรมของตน
ทั้งชีวิตให้เหลือไม่เกิน 30% 
พระองค์ก็ทรงอนุญาต
ให้ท่าน #หลุดพ้น ได้

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
5-07-2017

หมายเหตุ:
***********
สนใจติดตามต่อ
กรุณายกมือขึ้นด้วยนะ