วันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ศรัทธาในพระบิดา เชื่อมั่นในตนเองและทุกสิ่งที่ตนทำ



พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า...

เพราะองค์จิตจักรวาลดวงใหญ่
ทรงเป็นพระผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง
ทรงเป็นพระบิดาแห่งจิตวิญญาณของท่าน
ทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าเหนือทั้งปวง

ดังนั้น
ท่านทั้งหลายและทุกสรรพสิ่ง
จึงเป็นบุตรรักในพระองค์
จงเชื่อมั่นเถิดว่าพระองค์จะทรงรักและดูแลท่าน
เหมือนดูแลทุกสรรพสิ่งในจักรวาลอันไพศาลนี้
ที่ทรงให้กำเนิดและสร้างไว้เป็นอย่างดี
ดุจดั่งบิดามารดาเลี้ยงดูบุตรของตน
ให้เป็นคนฉลาด เป็นคนเก่ง และเป็นคนดี

คราใดที่ท่านเผชิญอุปสรรคปัญหา
ก็จงทราบไว้เถิดว่าในขณะนั้น
พระองค์กำลัง "หยิบยื่นปัญญา"
ที่สูงกว่า ฉลาดกว่ามาให้ท่าน

คราใดที่สังขารท่านเหนื่อยล้าอ่อนแอ
ก็จงทราบไว้เถิดว่าในขณะนั้น
พระองค์กำลังหยิบยื่น
"สุขภาพพลานามัยที่ดี" ให้แก่ท่าน

คราใดที่ท่านท้อแท้สิ้นหวัง
ก็จงทราบไว้เถิดว่าในขณะนั้น
พระองค์กำลังหยิบยื่น "พลังบันดาลใจ"
ที่ท่านทั้งหลายเรียกว่า "แรงฮึด" ให้แก่ท่าน

คราใดที่ท่านรู้สึกอัตคัตขัดสน
ก็จงทราบไว้เถิดว่าในขณะนั้น
พระองค์กำลังหยิบยื่น
"ประตูแห่งโอกาส"หลายๆบาน
ให้ท่านได้เลือกดิ้นรนที่จะเปิดมัน
ตามจริตและความพร้อมของท่าน

ถ้าท่านศรัทธาในพระองค์
เพราะเห็นพระคุณของพระบิดา
ท่านจะไม่มีชีวิตที่น่าอาภัพอับเฉา
ชีวิตท่านจะไม่มีวันขัดสนเลย

จงเชื่อมั่นในตนเองในทุกสถานการณ์
จงฉลาดดำเนินชีวิตด้วยจิตใจที่กล้าหาญ
จงเข้มแข็งอดทนและมีมานะพยายาม

โดยหาคำตอบให้แก่ตนเองให้ได้ว่า
ความทุกข์ทั้งหลายที่ท่านทนมันได้ยากนั้น
พระองค์กำลังจะหยิบยื่นสิ่งดีใดให้แก่ท่าน
จงพร้อมต่อการรอคอยพระบิดาโดยไม่ย่อท้อ
เพื่อท่านจะได้อิ่มท้องและเป็นสุขในอีกไม่นาน
เมื่อวันแห่งชัยชนะของท่านมาถึง

ที่เรากล่าวมาทั้งหมดนี้
เป็นนัยความหมายของคำว่า
ศรัทธาในพระบิดา
เชื่อมั่นในตนเองและทุกสิ่งที่ตนทำ
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
22-05-2017

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การนึกลบคิดลบ กับ การนึกด้านลบคิดด้านลบ




<3 พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
การนึกลบกับการนึกด้านลบไม่เหมือนกัน
นิยามของ "การนึกลบ" หมายถึง
อาการของจิตที่กำลังสั่นสะเทือนอยู่ในขณะนั้น
อันเกิดจากการมองโลกด้านลบของท่าน
แล้วเป็นเหตุให้จิตที่มันเคยสงบอยู่
ต้องเสียสมดุลไปในทางลบ
โดยมี "การนึกลบ" ของท่านเองเป็นเงื่อนไข
ทั้งๆที่โลกอันหมายถึงผู้อื่นหรือสิ่งอื่นนั้น
ยังมิได้สร้างเงื่อนไขลบใดๆต่อท่านเลยสักนิด
แต่เป็นการนึกคิดรู้สึกไปเองหรือมโนเองทั้งสิ้น

ดังนั้น
ลักษณะเด่นของการนึกลบก็คือ
1.เป็นการมองโลกอันหมายถึงคนอื่น สิ่งอื่น
ในแง่ร้าย ในแง่ไม่ดี ทั้งๆที่ในขณะนั้น
ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่ตนเองนึกเลยสักนิด

2.จากนั้นก็นำเอาสิ่งที่ตน "นึกลบ" นั้น
มาเป็นเงื่อนไขทางจิตใจให้ตนเอง
เกิดอารมณ์รู้สึกไปทางด้านลบต่อคนนั้นสิ่งนั้น
ตามที่ตนมโนไปเอง

3.เมื่อเสียสมดุลทางอารมณ์รู้สึกไปแล้ว
ท่านก็จะแสดงออกหรือกระทำด้านลบบางสิ่ง
ไปตามอารมณ์รู้สึกนึกคิดด้านลบของตัวเอง
ต่อคนๆนั้นหรือสิ่งนั้นแม้กระทั่งทำกับตนเอง
อาการทางจิตด้านลบนี้เรียกว่า วิตกจริต
คือ การตีตนไปก่อนไข้
หมายถึง พอนึกคิดว่าตนป่วยไข้
ก็เกิดความรู้สึกว่าตนมีอาการป่วยไข้แล้วจริงๆ
ซึ่งเป็นการ ป่วยทางจิต หรือจิตป่วย
ทั้งๆที่ร่างกายยังมิได้ป่วยไข้อะไรเลย

4.การนึกลบต่อผู้อื่นว่า "เขาต้องโกหก" แน่ๆ
มันจะทำให้ท่าน "ไม่เชื่อ" ในสิ่งที่เขาพูด
มันจะทำให้ท่าน "ไม่วางใจ" ในสิ่งที่เขาทำ
มันจะทำให้ท่าน "ไม่ไว้ใจ" ในตัวเขา
เพราะท่านรู้สึก "เชื่อ" ว่าตนจะถูกหลอกลวงแน่
เพราะท่านรู้สึก "เชื่อ" ว่าตนจะต้องผิดหวังแน่
เพราะท่านรู้สึก "เชื่อ" ว่าตนจะต้องเดือดร้อนแน่

5.เมื่อท่านเกิดความเชื่อว่าเขาจะเป็นลบ
สภาวะจิตของท่านมันก็ไม่สงบ
เพราะจิตเป็นเหตุให้จิตตกเอง
แล้วจิตที่เป็นลบอยู่ในขณะนั้น
มันก็จะหาทางที่จะป้องกันตนเองเสียใหญ่โต
ด้วยการแสดงออกหรือกระทำต่อคนนั้นสิ่งนั้น
ในลักษณะของการ "ปฏิเสธ" เช่น
ไม่ใส่ใจในคำพูดหรือการกระทำของเขา
ว่ามีสาระประโยชน์อันควรรับรู้เรียนรู้หรือไม่
โต้แย้งในสิ่งที่เขาพูดเพราะเชื่อว่าโกหก
ต่อต้านในสิ่งที่เขาทำเพราะเชื่อว่าหลอกลวง
ไม่ญาติดีกับเขาเพราะเชื่อว่าไว้วางใจไม่ได้

6.ความจริงทั้งหมดที่เรากล่าวมา
เป็นเรื่องของ การนึกลบคิดลบ
ที่เป็นเหตุให้เกิดพฤติกรรมด้านลบตามสูตรสำเร็จ
"จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว" ทั้งนั้น

7.ส่วน การนึกด้านลบ (มีคำว่า "ด้าน" อยู่ด้วย)
เป็นการมองโลกซึ่งเป็นคนอื่นสิ่งอื่น
เพื่อ "ป้องกัน" มิให้สร้างเงื่อนไขด้านลบ
ต่อตัวท่านเองทั้งในปัจจุบันและอนาคต
โดยเป็นการคิดป้องกันเอาไว้ล่วงหน้า
อย่างรู้สติ มีสติ และใช้สติ
เพื่อมิให้เหตุการณ์ด้านลบที่ตนนึกคิดอยู่
มันเกิดขึ้นมาได้ตามที่ตนเองนึกคิดนั้น
เป็นต้นว่า
วันนี้ที่เขาดีกับท่านอยู่เพราะสาเหตุใด
แล้ววันหน้าเขายังจะดีกับท่านตลอดไปมั้ย
ถ้าเขาจะไม่ดีกับท่านเป็นเพราะสาเหตุใด
ทั้งหมดเป็นการนึกคิดด้านลบล่วงหน้า
ที่ไม่เป็นเหตุให้ตัวท่านเอง
เกิดการเสียสมดุลในจิตใจหรือจิตตกเลย
แต่เป็นการคิดด้านลบเพื่อป้องกันไม่ให้
เกิดเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์ในอนาคต
เป็นการคิดด้านลบ
ที่ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่น
เกิดความเดือดร้อนเสียหายใดๆทั้งสิ้น
ทั้งยังจะเป็นการบ่งชี้ว่า
ท่านไม่ประมาทและฉลาดดำเนินชีวิต
เสียมากกว่าด้วยซ้ำไป

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
21-05-2017

วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การคิดบวก ไม่คิดลบ เป็นหน้าที่ทางจิตวิญญาณ



<3 พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
หน้าที่ทางจิตวิญญาณของท่าน
คือการใช้เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์
สั่นสะเทือนทางจิตสามนึกด้านบวกไว้เสมอ
เพราะทันทีที่จิตสามนึกสั่นสะเทือนด้านบวก
อันประกอบด้วยนึกดี คิดดี พูดดีได้แล้ว
กลไกเครื่องยนต์แห่งกรรมร่วมกับจิตของท่าน
ก็จะร่วมกันผลิตสร้างคลื่นพลังงานจิตด้านบวก
ในรูปของคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวกออกมา
พลังงานส่วนใหญ่จะส่งให้แก่คนที่ท่านนึกบวก
เพียง 1 ใน 100% จะเป็นส่วนที่ท่านปันให้โลก
ที่เหลือทั้งหมดมันจะย้อนกลับคืนมาสนองท่านเอง
ปรากฏการณ์เบื้องหลังมิติโลกด้านบวกนี้
มันจะเกิดเองตามธรรมชาติในทุกๆวินาที
ในขณะเดียวกัน
ทันทีที่จิตสามนึกของท่านสั่นสะเทือนด้านลบ
อันประกอบด้วยนึกลบ คิดลบ พูดลบ
กลไกเครื่องยนต์แห่งกรรมร่วมกับจิตของท่าน
ก็จะร่วมกันผลิตสร้างคลื่นพลังงานจิตด้านลบ
ในรูปของคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กด้านลบออกมา
พลังงานส่วนใหญ่จะส่งให้แก่คนที่ท่านนึกลบ
1 % จะเป็นส่วนที่ท่านเหวี่ยงทิ้งไว้ในบรรยากาศ
นอกนั้นมันจะย้อนกลับคืนมาสนองตัวท่านเอง
ปรากฏการณ์เบื้องหลังมิติโลกด้านลบนี้
มันจะเกิดเองตามธรรมชาติในทุกๆวินาทีเช่นกัน
<3 แต่มีบางสิ่งที่ท่านต้องจำใส่ใจไว้ก็คือ
ถ้าท่านนึกบวกคลื่นพลังจิตของท่าน
ที่เหวี่ยงมันออกมาอย่างต่อเนื่องนั้น
มันจะประกอบด้วย
คลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก
กับคุณสมบัติด้านอารมณ์รู้สึกนึกคิดด้านบวก
ที่จิตตปัญญาของท่านกำลังสั่นสะเทือนอยู่
โดย #จิตใต้สำนึก เป็นผู้ขับเคลื่อนมันออกมา
เราเคยย้ำบ่อยครั้งมาแล้วว่า
#จิตใต้สำนึกเป็นเครื่องมือของจิตสามนึก
เมื่อท่านนึกบวก คิดบวก พูดบวก ทำบวก
จิตใต้สำนึกของท่านที่คิดเองไม่เป็น
เห็นเองไม่ได้ สงสัยไม่มี
ก็จะเข้าใจว่า "จิตสามนึก" ต้องการอย่างนั้น
"จิตใต้สำนึก" ก็จะไปแสวงหาสิ่งนั้นจนพบเจอ
ไม่ว่ามันจะอยู้ใกล้ไกลลึกลับแค่ไหน
พบแล้วก็จะเหนี่ยวรั้งชักพามาให้ท่านในทันใด
ตัวท่านก็จะได้เผชิญสิ่งนั้นไม่ช้าก็เร็ว
<3 ดังนั้น
การมีนิสัยนึกบวก คิดบวก พูดบวก ทำบวก
จากจิตสามนึกด้านบวกของท่าน
มันจึงเป็นประโยชน์สุขในการดำเนินชีวิตของท่าน
ร่วมกันกับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆบนโลกเสรีนี้
ทั้งยังเป็นการทำหน้าที่ทางจิตวิญญาณ
ที่ท่านต้องรับผิดชอบตามพันธะสัญญา 6
ไปในเวลาเดียวกันอีกด้วย
<3 ในทางกลับกัน
ถ้าวันๆท่านเอาแต่สั่นสะเทือนทางด้านลบ
"จิตใต้สำนึก" จะเข้าใจผิด
คิดว่าท่านต้องการสิ่งลบๆนั้น
เขาก็จะไปแสวงหามันจนพบ
แล้วเหนี่ยวรั้งสิ่งลบๆนั้นเข้ามาสู่ชีวิตท่าน
การนึกลบคิดลบสั่นสะเทือนจิตสามนึกเป็นลบ
มันจึงก่อโทษให้กับชีวิตท่านโดยตรง
ซึ่งไม่ต่างจากการทำร้ายตนเองโดยแท้
อีกทั้งยังจะล้มเหลวในการทำหน้าที่
เป็นเพื่อนร่วมงานกับดาวเคราะห์โลกอีกด้วย
<3 จงระลึกเสมอว่า
ถ้าท่านนึกบวก คิดบวก พูดบวก ทำบวก
ชีวิตท่านก็จะมีแต่สิ่งดีๆที่เป็นด้านบวกเข้ามาหา
ถ้าท่านนึกลบ คิดลบ พูดลบ ทำลบ
ชีวิตท่านก็จะมีแต่สิ่งลบๆหรือไม่ดีเข้ามาหาเช่นกัน
การนึกบวกได้บวก
การนึกลบ ได้ลบ
จึงเป็นปรากฏการณ์ปกติของคนสองมิติ
ที่เรียกว่า "มนุษย์" นั่นเอง
<3 เราจึงขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
การฝึกเป็นคนดิดบวกไม่คิดลบนั้น
ท่านสามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวเอง
ไม่ต้องให้ใครเสี้ยมสอนท่านหรอก
สมองของท่านก็มีอยู่
จิตของท่านก็ยังดีๆอยู่
เพียงแค่เวลามองโลกจงมองสองด้าน
แล้วคิดมันในอีกด้านหนึ่งที่ท่านไม่เคยคิดด้วยสิ
แล้วเปรียบเทียบดูว่าด้านใดนึกคิดแล้ว
คนอื่นๆเขาเกิดประโยชน์สุขกับท่านด้วย
ด้านนั้นแหละด้านบวกที่เรากล่าวถึง
เป็นต้นว่า.....
1.ท่านมีอะไรที่ดีๆที่จะให้แก่เขาบ้าง
แทนที่จะคิดว่า
มีอะไรดีๆทีท่านจะเอาจากเขาได้บ้าง
2.เมื่อพบว่าเขาโกหกหลอกลวงท่าน
แทนที่จะย้ำคิดเพียงว่า
เขาทำให้ท่านเกิดความเสียหายขายหน้า
ก็เปลี่ยนมาคิดเสียอีกด้านหนึ่งว่า
เขาได้มอบบทเรียนอันมีค่ามาให้ท่านแทน
หน้าที่ของท่านคือใช้จิตตปัญญา
ฝึกการนึกบวกคิดบวกให้เป็นนิสัย
โดยสำนึกให้ได้ว่ามันเป็นหน้าที่
จงอย่าไปตกหลุมพรางคนที่เขาชักจูงท่าน
ชวนเชิญให้ท่านคิดบวกเพราะอยากได้สิ่งดีๆ
สอนให้เลิกคิดลบเพื่อไม่ต้องข้องแวะกับสิ่งลบๆ
ชวนท่านไปอบ-ไปรม บ่มจิตกันแบบนี้
ท่านต้องรู้ว่าการชวนกันแบบนี้
มีแต่จะสร้างจริตนิสัย "โลภ" ขึ้นมาใหม่
มันจะทำให้จิตของท่าน "เสื่อม" โดยใช่ที่
จงจำไว้ว่าอย่าพยายามนึกบวกคิดบวก
แล้วพยายามไม่นึกลบคิดลบอะไรด้วย
เพียงเพราะท่านอยากได้สิ่งดีๆในชีวิต
เพียงเพราะไม่อยากเจอสิ่งเลวร้ายในชีวิต
ตามที่บางลัทธิเขาโฆษณาชวนเชื่อ
แต่เราขอให้ท่านนึกบวกไม่นึกลบ
ด้วยเหตุผลเดียวคือ เป็นหน้าที่มนุษย์ทุกคน
รวมทั้งหน้าที่ของตัวท่านเองด้วย
ที่จะต้องครองตนอย่างนี้ด้วยกันทั้งสิ้น
สิ่งดีๆในชีวิตที่มันจะเข้ามาหาท่าน
มันจะเป็นรางวัลที่ท่านได้รับเอง
ไม่ต้องไปอยากได้ใคร่มีให้จิตเสื่อม
ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทองเพราะไม่รู้
...........โอเคมั้ย?
การนึกบวก คิดบวก พูดบวก ทำบวก
มันเป็นหน้าที่ของพวกท่านทุกคนไป
ที่จักต้องเรียนรู้ที่จะทำให้ได้ในชีวิตประจำวัน
ผลลัพธ์ก็เกิดง่ายทำได้เอง
ไม่ต้องให้ใครช่วย
ชีวิตที่ต้องเจอสิ่งไม่ดีทั้งหลาย
มันล้วนเป็นทั้งบททดสอบและบทเรียน
ไม่มีใครมีแต่สมหวังหรือผิดหวังด้านเดียวหรอก
อย่าไปเชื่อว่า...นึกบวกคิดบวกแล้ว
ชีวิตท่านจะไม่มีสิ่งไม่พึงประสงค์ให้ต้องเผชิญ
ถ้าชะตาชีวิตและชะตากรรมของท่าน
ถูกขีดเขียนออกแบบมาให้เป็นอย่างนั้น
<3 ขอความสว่างในดวงจิตตปัญญา
จงบังเกิดแก่ท่านที่ถามเรามา
รวมทั้งท่านผู้อ่านความบทนี้ด้วยเถิด
มรรควิถีจิตจักรวาลจะยังความสว่างไสว
ให้แก่สามภพภูมิตลอดไป
เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
20-05-2017
หมายเหตุ:
สัจธรรมด้านอภิปรัชญาบทนี้ยาวหน่อย
แต่เปี่ยมไปด้วยสาระและความรัก
สำหรับทุกท่านอยู่ในนั้น <3 <3