วันอังคารที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ทุกศาสนาล้วนเป็นสากล


การรับถือพระศาสดาพระองค์ใด

สำหรับมนุษย์แห่งโลกเสรีนี้นั้น


หมายถึงการเลือกดำเนินชีวิต

ตามพระธรรมคำสอน

แห่งพระศาสดาพระองค์นั้น

เพราะถูกจริตของท่าน


จงอย่าคิดเหมาเอาว่า

แนวทางแห่งพระศาสดาที่ท่านเลือกแล้ว

ถูกต้องถ่องแท้เป็นที่สุด

ยอดเยี่ยมที่สุดเหนือกว่าพระศาสดา

ในศาสนาอื่นๆ


เพราะนอกจากจะเป็นการก้าวล่วง

ให้ผิดบาปทางจิตวิญญาณแล้ว

ยังเป็นการแสดงออกทางปัญญาด้วยว่า

ไม่สูงส่งอีกต่างหากด้วย


เราขอกล่าวความจริงว่า


พระศาสดาแต่ละพระองค์นั้น

ท่านทรงเสด็จมาฉุดช่วยเวไนยคนละยุคสมัย

จะนำแต่ละพระองค์มาเปรียบเทียบว่า

พระองค์ใดเหนือกว่าพระองค์ใดย่อมมิบังควร

นอกจากท่านจะสำนึกว่าตนโชคดี

ได้เกิดมาในยุคนี้ซึ่งเป็นยุคที่

มีแนวทางปฏิบัติสู่การหลุดพ้น

ให้เลือกเดินมากกว่าหนึ่งวิธีเท่านั้น


เพราะไม่่ว่าจะเลือกเดินตามวิถีใด

มรรคผลเบื้องปลายก็ #หลุดพ้นได้ ทั้งนั้น


พระศาสดาแต่ละพระองค์

มิใช่ "สิ่งของ" ที่ทรงมาจุติเพื่อ #เป็นผู้ถูกเลือก

โดยถ้าท่านถูกจริตพระองค์ใดก็ให้ #เลือกไว้

ถ้า #ไม่เลือกไว้ แทนที่จะน้อมคารวะดุจเดิม

ก็กลับ #คัดทิ้ง ด้วยการปฏิเสธหรือต่อต้าน

อันเป็นการคิดด้วยจิตมนุษย์ที่ทรุดโทรมยิ่ง


พระศาสดาทุกพระองค์ล้วนสูงส่งนัก

จงอย่าฉุดชักนำพระองค์ให้ลงต่ำ

ทำเหมือนว่าพระองค์เป็นเสมอเพียง "เจ้าลัทธิ"


ลองตรองดูเถิดว่าในครั้งอดีตกาลผ่านมา

ถ้าโลกเสรีนี้ว่างจากการมีพระศาสดาแล้ว

สังคมมนุษย์โลกเสรีแห่งนี้จักเป็นเช่นไร


เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา

21-08-2017

พันธะสัญญา 6


#อภิปรัชญา (Meta-physics)


พี่ๆน้องๆที่รักแห่งเราทั้งหลาย


จนบัดนี้...

วันสิ้นสุดกาลเวลาโลกยุคพลังงานเก่า

ได้ล่วงเลยจาก 6 หมื่นปีมาได้ 800 ปีเศษแล้ว

บทสรุปของพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ

ในสายพระเนตรของพระองค์ต่อมนุษย์โลกเสรี

ประเด็นที่ชัดเจนที่สุดก็คือ


ยิ่งเนิ่นนานผ่านวันมา

ท่านทั้งหลายก็ยิ่งพากันหลงมิติมากขึ้น

โดยจิตหยาบของท่านจดจำกันไม่ได้แล้วว่า

ท่านยังมีจิตวิญญาณเป็นแก่นแท้อยู่ข้างใน


การทำอะไรตามใจตัว

รู้สึกชอบไม่ชอบอย่างไรก็ทำไปตามนั้น

มีอารมณ์แบบใดก็ทำไปแบบนั้น

เชื่อว่าอย่างไรก็ทำไปตามที่เชื่อนั้น

นึกว่าอย่างไรก็ทำไปตามที่นึกอยู่นั้น

โดยมิได้ใช้สติสัมปชัญญะปัญญา

ใคร่ครวญพิจารณาเสียก่อนว่า


สิ่งที่ตนจะพูดจะทำลงไปนั้น


1.#มันถูกต้องเหมาะสมดีงามหรือไม่

2.#จะพูดจะทำด้วยความรักหรือเปล่า

3.#จะพูดจะทำไปตามสำนึกแห่งการให้หรือเอา

4.#จะเป็นบาปบุญคุณโทษหรือเปล่า 


คำถามตนเองทั้ง 4 ประการนี้

เป็นเรื่องราวของ #จิตสามนึก เฉพาะตนล้วนๆ

ทั้งสี่คำถามแนวนี้แหละ

ที่จิตวิญญาณแก่นแท้ของท่าน

ปรารถนาสูงสุดที่จะให้จิตหยาบ

สั่นสะเทือนทุกครั้งก่อนจะพูดหรือทำสิ่งใด

ซึ่งตรงกับภาษาคุ้นชินของท่านว่า

คิดใคร่ครวญให้มั่นใจก่อนจะพูดหรือทำนั่นเอง


ดังนั้น

มนุษย์ส่วนใหญ่บนโลกเสรีนี้

นอกจากจะบกพร่องต่อหน้าที่

ในพันธะสัญญา 6 ประการแล้ว

ยังเป็นตัวการทำลายสมดุลของระบบโลกด้วย


เพราะจดจำไม่ได้ว่าตนเองนั้น

ยังมีจิตวิญญาณเร้นอยู่ข้างใน


ทั้งยังจำไม่ได้ด้วยว่าตนเองนั้นเป็นแค่เพียง

ผู้รับมอบอำนาจให้ทำหน้าที่แทน

แก่นแท้ของตนเท่านั้นเอง


ความสมดุลของระบบโลก

ที่ถูกมนุษย์ส่วนใหญ่ทำลายไปแล้วมีดังนี้


1.ทรัพยากรทางธรรมชาติบนพื้นโลก

จำพวกป่าไม้ ภูเขาหิน แม่น้ำ ลำคลอง

หนอง บึง ทะเลสาป และทะเล 

ถูกทำลายจนเสียสมดุล 


โดยผู้ทำลายมุ่งหวังกอบโกยประโยชน์

จากทรัพยากรโลกเพื่อตนและพวกพ้อง


เช่น สร้างคันเขื่อนกักกั้นแม่น้ำ

ทำให้ระบบไหลเวียนพลังงานน้ำของโลก

สูญเสียสมดุลไปเพราะความเห็นแก่ตัว


เช่น การระเบิดหินทำลายภูเขา

ย้ายเอาไปสร้างตึกสร้างป่าคอนกรีตยังที่อื่น

อันเป็นการย้ายมวลหนักๆจากที่หนึ่ง

เอาไปวางยังอีกพิกัดหนึ่งที่ห่างไกลออกไป

ซึ่งเดิมทีภูเขาทั้งหลายในธรรมชาตินั้น

พระบิดาผู้ทรงกำหนดสร้างได้จัดวางไว้

อย่างสมดุลดีอยู่แล้ว


เพราะถ้าจัดวางตำแหน่งภูเขา ที่ราบ

ท้องน้ำ ทะเล และมหาสมุทร ไม่ถูกที่

ดาวเคราะห์โลกดวงนี้ก็จะไม่สมดุล

เมื่อเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองก็จะโคลงเคลง

ที่เรียกว่าเกิดอาการแกว่งส่ายนั่นแหละ


เมื่อแต่เดิมสมดุลดีอยู่แล้ว

แต่มนุษย์ผู้อาสาพระบิดามาพิทักษ์โลก

กลับไม่ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์

เพราะลืมพันธะสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อพระบิดา

หลงลืมว่าตนเองมีจิตวิญญาณอยู่ข้างใน

ทั้งกลับทำตัวเป็น #ผู้ทำลายโลกเสียเอง

ด้วยการโยกย้ายภูเขาเอาไปไว้ที่อื่น

โดยแปรสภาพเป็นอาคารวัตถุเท็คโนโลยี

แข่งกันสร้างความสูง ความสวย

อวดความร่ำรวย อวดเท็คโนโลยีแทน

จนลืมพันธะหน้าที่ของแก่นแท้ไปหมดสิ้น


2.อำนาจแม่เหล็กโลกและสนามแม่เหล็กโลก

ถูกทำลายลงจนเสียสมดุล


ลักษณะการทำลายมีสองรูปแบบ คือ

แบบแรกเกิดจากการสร้าง

สนามแม่เหล็กไฟฟ้าเทียมขึ้นมาใหม่

จากเครื่องมือเครื่องใช้ระบบไฮเทค

ทั้งที่มีขนาดเล็กและขนาดใหญ่

ที่สามารถสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเทียม

ขึ้นมาลดทอนอำนาจแม่เหล็กโลก


ซึ่งเครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์

จะขาดก็ไม่ได้ จะเพิ่มหรือลดลงก็ไม่ได้

มันจะกระทบกับกลไกอวัยวะร่างกาย

กระทบกับกระบวนการทางจิตตปัญญา

กระทบกับกระบวนการทางจิตประสาท

ในทางเสียสมดุลไปทั้งในทันทีและผ่อนส่ง


3.ดาวเคราะห์โลกเสียสมดุลทางพลังงาน

เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึง

การมอบพลังความรักทางวิญญาณให้โลกได้

โดยผู้คนส่วนใหญ่ได้แต่สั่นสะเทือนจิตใจ

เพื่อแสดงออกหรือกระทำภารกิจใดๆ

สนองความต้องการของตนเองกับพวกตัว

มากกว่ากระทำเพื่อจิตวิญญาณและโลกทั้งสิ้น


มนุษย์ส่วนใหญ่ที่ดำรงอยู่ในระบบโลก

จึงพึ่งตนเองไม่ได้และยังเป็นที่พึ่งของโลก

ในลักษณะเป็นเพื่อนร่วมงานของโลกก็ไม่ได้

จึงยังผลให้มนุษย์แต่ละคนมีค่าแค่เพียง

มวลหยาบๆมวลใหญ่ที่ทำให้หนักโลก

เป็นภาระของโลกที่ต้องแบกน้ำหนักไว้

มนุษย์จึงไม่ต่างจาก "ขยะ" ที่ปลิวว่อนไปมา

โดยแทบจะหาคุณค่าสำหรับโลกมิได้


4.สนามพลังงานในระบบโลก

โดยเฉพาะในชั้นบรรยากาศไม่เกิน 60 กม.

เกิดการเสียสมดุลอย่างรุนแรงเพิ่มขึ้น


ทั้งนี้เป็นเพราะเหตุว่า

อีเล็คตรอนอิสระที่มีค่าเป็นลบ

อันเกิดจากพลังจิตด้านลบของมนุษย์โลก

ที่ผลิตสร้างกันขึ้นมาในทุกวินาที

มีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ


ยิ่งจิตติดกิเลสตัณหาราคะมากเท่าใด

ปริมาณประจุลบที่เหวี่ยงออกมาสั่งสมไว้

ในชั้นบรรยากาศเหนือถิ่นพำนักอาศัย

ก็จะเพิ่มปริมาณความหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ

จนท่านทั้งหลายสามารถสังเกตดูท้องฟ้าได้


วันใดที่พี่ๆน้องๆตรงใต้ท้องฟ้าพิกัดไหน

สั่นสะเทือนจิตใจด้วยกิเลสตัณหาราคะมาก

เมฆบนฟ้าตรงพิกัดนั้นก็จักเป็นสีเทา 

ดำหรือดำคล้ำและหนาทึบมากตามไปด้วย

จนกลายเป็นเมฆฝนห่าใหญ่

และเกิดฟ้าคะนองฟ้าร้องฟ้าผ่ารุนแรงตามมา

เมื่อตกลงมาก็จะมีพายุลูกเห็บขนาดโตๆ

พรั่งพรูลงมาอย่างน่ากลัวอีกต่างหากด้วย


พี่ๆน้องๆที่รักทั้งหลาย

เราขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


ถ้าท่านเป็นมนุษย์คนหนึ่ง

ซึ่งเป็นไปตามบริบทในแบบที่ว่านี้


ขอท่านจงลดละเลิกพฤติกรรมเหล่านี้เถิด

หันมาทำคุณอันประเสริฐแก่โลก

เพื่อลดภาระของโลกและช่วยโลกทำงาน

ด้วยการรักกันให้ได้ ให้กันให้เป็น

แล้วละวางกิเลสตัณหาราคะกันเสียทันที


ให้คิดทำทุกสิ่งเพื่อจิตวิญญาณและโลก

แทนการทำทุกสิ่งเพื่อสนองกิเลสตัณหาราคะ

จนตนเองกลายเป็นขยะรกโลกไปโดยไม่รู้ตัว

ซึ่งรอวันให้ช่างเท็คนิกมาเก็บกวาดสาดทิ้ง

ให้ออกไปจากระบบโลกอยู่ต่อไปอีกเลย


ลูกแก้วสองดวงนั่นไง

รับจากพระหัตถ์พระบิดาผ่านมาทางเราแล้ว

ใยจึงถือครองเฉยเสมือนหลับอยู่ด้วยเล่า

จงตื่นตัวอยู่ในมหาสติ

จงเบิกบานอยู่ในปณิธานแห่งนิพพานเถิด


ภัยพิบัติทั้งหลายในปฏิบัติการชำระโลก

กำลังเยี่ยมกรายเข้ามาใกล้เรื่อยๆแล้ว

จะทำอะไรจงเร่งรีบทำเสียเถอะนะ

การมีวิถีแห่งจิตจักรวาลนั้นนับเป็นบุญวาสนา

ที่พระบิดาทรงโปรดปรานท่าน

แต่การจะใช้บุญวาสนาที่มีอยู่เป็นหรือไม่

มันเป็นเรื่องของส่วนบุคคลแล้วล่ะท่าน


เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา

21-08-2017

วันพุธที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Pure-Meta Physics


Pure-Meta Physics:
**********************
พี่น้องที่รัก <3 แห่งเราทั้งหลาย
เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

#องค์จิตจักรวาล
ผู้ทรงเป็นพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ

ได้ทรงใช้มวลน้ำจำนวนมหาศาล
เข้าปฏิบัติการชำระโลก
มาตั้งแต่ยุคแรกจนถึงยุคที่สาม
เพื่อทำลายโลกของคนอธรรม
ทำลายเมืองที่รกรุงรังไปด้วยวัตถุเท็คโนโลยี
ให้พังพินาศลงมาจนเป็นเศษซากธุลี

เมืองที่เป็นศูนย์กลางการผลิตสร้าง
ขยะวัตถุเท็คโนโลยีเมื่อสองหมื่นกว่าปีเศษ
ที่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มีจิตสามนึกต่ำทราม
เพราะได้แต่เมามัวหลงใหลในการเสพ
จนไม่ว่างใส่ใจในการชำระจิตตนเอง
ทั้งเมืองทั้งผู้คนจึงต้องถูกพลิก
กลบฝังเอาไว้ใต้แผ่นเปลือกโลก
เพื่อเก็บทรากของเมืองนั้นไว้
เป็นตัวอย่างแก่คนอธรรมในอนาคต

แต่ทรงไว้ชีวิตผู้ครองความชอบธรรม
เพราะทรงเห็นว่าเขารักความชอบธรรมจริง
แม้จะอยู่ท่ามกลางหมู่คนอธรรมก็ตาม
เมื่อได้แลเห็นพฤติกรรมต่ำทรามแล้ว
จิตใจที่ชอบธรรมของพวกเขาก็เป็นทุกข์

#คนอธรรม คือ
คนที่ชอบก้าวก่ายล่วงเกินผู้อื่น
คนที่ชอบทำตนเป็นอุปสรรคขัดขวาง
บนเส้นทางนิพพานของผู้อื่น

#คนอธรรม คือ
คนที่ชอบปล่อยตัวปล่อยใจ
ให้เคลื่อนไหลไปตามกิเลสตัณหาราคะ

คนที่ชอบล่วงเกินในสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ
คนที่ทำตนมีมลทินเป็นที่น่ารังเกียจ
คนที่ชอบทำบาปมิรู้สิ้นสุดยุติ

#คนอธรรม คือ
คนที่ได้พบพระบิดาแล้ว
แต่กลับหันหลังให้กับมรรควิถีจิตจักรวาล
ที่พระองค์ทรงประทานผ่านเรามา
เพราะหนีความเสื่อมของโลกไม่พ้น
เขาก็จะประสบกับสิ่งร้ายๆ
ยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่รู้จักพระบิดาเสียอีก

พี่ๆน้องๆที่รัก <3 ทั้งหลาย
พระบิดาทรงตรัสต่อเราไว้แล้วว่า

ในปลายยุคพลังงานเก่านี้
เราจักต้องเผชิญกับผู้ใช้วาจาเยาะเย้ย
ผู้ใช้ถ้อยคำถากถางอยู่เนืองนิจ

เพราะพวกเขาไม่เชื่อการกลับมาของเรา
พวกเขาไม่เชื่อข่าวสารการชำระโลก
พวกเขาไม่เชื่อเรื่องการสิ้นยุคของโลก
พวกเขาไม่เชื่อเรื่องคำพิพากษา
พวกเขาไม่เชื่อแผนที่โลกยุคพลังงานใหม่
พวกเขาไม่เชื่อในคำเตือนใดๆของเรา
พวกเขาไม่เชื่อว่าภัยธรรมชาติ
ต่างจากภัยพิบัติ

เพราะเขาเป็นแกะที่จำเสียงเจ้าของไม่ได้
เพราะเขาเป็นปลาที่รักสนุกไปวันๆ

เพราะเขาไม่เชื่อในสัจจะของเรา
แม้ปากเขาจะบอกว่ารักพระองค์จนสุดใจ
แต่เราก็มิได้หวั่นไหวไปตามลมปากนั้น

ด้วยเหตุนี้เอง
เราจึงขอกล่าวความจริงไว้ให้ท่านรู้ว่า

ในสามยุคที่ผ่านมา
พระองค์ทรงใช้น้ำสร้างความวินาศ
เพื่อชะล้างเมืองอธรรมบนแผ่นดินโลก
กับจิตวิญญาณมนุษย์ที่ไม่บริสุทธิ์ตลอดมา

ณ บัดนี้
วันเวลาแห่งการปิดยุคพลังงานเก่า
เพื่อนำมนุษย์กับโลกสู่ยุคพลังงานใหม่
ใกล้จะมาถึงเต็มทีแล้ว

ท่านทั้งหลายจักต้องเตรียมตนเอง
กับจิตวิญญาณเพื่อการผจญภัยกันได้แล้ว
เครื่องมือผจญภัยนั้นพระบิดาทรงประทาน
ผ่านเรามาให้ท่านตั้งนานแล้ว
นั่นคือ #แก้วสองประการ

หนึ่ง คือ มหาสติ
สอง คือ ปณิธานแห่งนิพพาน

ท่านทั้งหลายต้องเร่งฝึกฝนการใช้งาน
ให้ชำนาญจนเป็นธรรมชาติของท่านให้ได้
ท่านจักต้องดำเนินชีวิตของท่าน
เพื่อสร้างความศักดิ์สิทธิ์ในตนเอง
พร้อมปฏิบัติตนให้พระบิดาทรงพบเห็นว่า
ท่านเป็นผู้หนึ่งที่พยายามดำเนินชีวิต
อย่างไร้มลทินและปลอดจากคำตำหนิ
เพื่อรับรางวัล "ความรัก" จากพระองค์
เพราะความรักจากพระบิดาเท่านั้น
จักเป็นความรอดของพวกท่าน

แผ่นดินใหม่ ฟ้าใหม่
จักเป็นที่อยู่อาศัยของคนประพฤติธรรม
ขอท่านทั้งหลายจงอย่าปล่อยตัวและใจ
ให้มันลื่นไหลไปตามเส้นทางอธรรม
เหมือนกาลเวลาที่ผ่านมาเถิด

วันพิพากษาโลกได้มาถึงแล้ว
ปฏิบัติการชำระครั้งที่สี่นี้
จะทรงใช้ไฟเผาบนท้องฟ้า
แผ่นพสุธาจะใช้ไฟผลาญมลาย
พิกัดส่วนเกินจะสูญหายไปในนที
เพื่อสร้างฟ้าและแผ่นดินใหม่
ให้เป็นที่อยู่ถาวรสำหรับคนชอบธรรม

จะค่อยๆยกระดับทั้งความถี่
จะค่อยๆทวีความรุนแรง
พร้อมขยายพื้นที่กว้างไกลออกไปเรื่อยๆ
เพื่อเปิดโอกาสให้ท่านทุกคน
สร้างจิตสามนึกแห่งการเป็นคนดีศรีโลก
ด้วยตัวของท่านเองเพื่อความรอด

เพราะพระองค์มิประสงค์จะให้ผู้ใดพินาศ
จนกว่าประตูแห่งโอกาสบานสุดท้าย
จะถูกปิดลงอย่างสนิทแล้วเท่านั้น

กราบพระบาทพระบิดา
ที่ทรงพระเมตตา

เอเมน สาธุ
ป.วิสุทธิปัญญา
9-08-2017